พระนครแชมเปียนลีก ฤดูกาล 2022 (PCL Game)

กติกาการแข่งขัน

          1. ผู้เล่น 1 คน สามารถลงแข่งขันกีฬากี่ประเภทก็ได้ กรณีโปรแกรมการแข่งขันตรงกันผู้เล่นต้องเลือกประเภทใดประเภทหนึ่ง และให้ผู้เล่นลำดับต่อมาลงการแข่งขันแทน

          2. การแข่งขันจัดแบบแชมเปียนลีก โดยมีการแบ่งสายการแข่งขันเป็น 4 สาย คือ สาย A สาย B สาย C และสาย D โดยการจับฉลากว่าผู้เล่นจะอยู่สายไหน

          3. จำนวนผู้เล่นในแต่ละสายขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครเข้าแข่งขัน โดยจะมีผู้เล่นอย่างน้อยสายละ 3 คน

          4. ลักษณะการแบ่งสาย

                    สาย A             1A 2A 3A 4A

                    สาย B             1B 2B 3B 4B   

                    สาย C             1C 2C 3C 4C

                    สาย D            1D 2D 3D 4D

          5. การแข่งขันแต่ละสายเป็นแบบพบกันหมด ผู้ที่มีคะแนนที่ 1 และ ที่ 2 จะเข้ารอบต่อไป

          6. รอบสอง

                    คู่ที่ 1    ที่ 1 สาย A จะพบกับที่ 2 สาย B

                    คู่ที่ 2    ที่ 2 สาย A จะพบกับที่ 1 สาย B            

                    คู่ที่ 3    ที่ 1 สาย C จะพบกับที่ 2 สาย D

                    คู่ที่ 4    ที่ 2 สาย C จะพบกับที่ 1 สาย D

          7. รอบ 3        

                    คู่ที่ 1 พบกับ คู่ที่ 2

                    คู่ที่ 3 พบกับ คู่ที่ 4

          8. รอบชิงชนะเลิศ แข่งพร้อมกัน โดยขึ้นอยู่กับฝ่ายจัดการแข่งขัน

กติกาปิงปอง

          1. ในการเล่นปิงปองจะใช้วิธีตีลูกปิงปองโต้กันไปมาระหว่างผู้เล่นสองฝ่าย หากฝ่ายใดได้ 11 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะ

          2. สำหรับการเสิร์ฟนั้น วิธีเล่นปิงปองจะหาฝ่ายที่เสิร์ฟครั้งแรกด้วยการโยนเหรียญ

          3. การเสิร์ฟต้องเปิดฝ่ามือและต้องโยนลูกปิงปองให้สูงไม่ต่ำกว่า 6 นิ้ว

          4. หากผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากัน  จะต้องแข่งขันต่อจนกว่าจะมีใครทำคะแนนนำมากกว่า 2 คะแนน เป้นวิธีการเล่นเทเบิลเทนนิสที่เรียกว่า “ดิวซ์”

          5. เมื่อจบ 1 เกม ทั้งสองฝ่ายต้องสลับฝั่งกัน

          6. ในการเล่นเกมสุดท้าย ผู้เล่นฝ่ายรับต้องเปลี่ยนฝั่งทันทีเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำคะแนนนำได้ 5 คะแนน

กติกาแบดมินตัน

          1. แมทช์หนึ่งต้องชนะให้ได้มากที่สุดใน 3 เกม

          2. ทุกประเภทของการแข่งขัน  ฝ่ายที่ได้ 21 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้น ยกเว้นเมื่อได้ 20 คะแนนเท่ากัน ต้องนับต่อ ให้มีคะแนนห่างกัน 2 คะแนน ฝ่ายใดได้คะแนนนำ 2 คะแนนก่อนเป็นผู้ชนะ  แต่ไม่เกิน 30 คะแนน หมายความว่า หากการ เล่นดำเนินมาจนถึง 29 คะแนนเท่ากัน  ฝ่ายใดได้ 30 คะแนนก่อน เป็นผู้ชนะ

          3. ฝ่ายชนะเป็นฝ่ายส่งลูกต่อในเกมต่อไป

          4. ฝ่ายชนะการเสี่ยงสิทธิ์เป็นฝ่ายส่งลูกได้ก่อน  หากฝ่ายตรงข้ามทำลูก “เสีย” หรือลูกไม่ได้อยู่ในการเล่น  ผู้เลือกส่งลูกก่อน จะได้คะแนนนำ 1-0 และได้ส่งลูกต่อ  แต่หากผู้ส่งลูกทำลูก “เสีย” หรือลูกไม่อยู่ในการเล่น  ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนน ตามมาทันทีเป็น 1-1 และฝ่ายตรงข้ามจะได้สิทธิ์ส่งลูกแทน  ดำเนินเช่นนี้ต่อไปจนจบเกม

          5. ประเภทคู่ให้ส่งลูกฝ่ายละ 1 ครั้ง ตามคะแนนที่ได้  ขณะที่เปลี่ยนฝ่ายส่งลูก หากคะแนนเป็นจำนวนคี่ ผู้อยู่คอร์ดด้านซ้าย เป็นผู้ส่งลูก  หากคะแนนเป็นจำนวนคู่ผู้อยู่คอร์ดด้านขวาเป็นฝ่ายส่งลูก

          6. หาก ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้เท่ากันในคะแนนที่ 20 จะมีการเล่นต่อ จนกว่าว่าจะมีคะแนนมากกว่าฝ่ายตรงข้าม 2 คะแนน แต่ถ้ายังไม่สามารถทำคะแนนห่างกัน 2 แต้มได้ จะเล่นต่อไปเรื่อยๆ แต่ เมื่อแต้มได้ 29 เท่ากัน ใครที่ทำได้แต้ม 30 ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ

กติกาบาสเกตบอล

          1. ผู้เล่นยืนชูตตามจุด ๆ ละ 1 คะแนน ยกเว้นตรงมุม 2 มุม ได้ 2 คะแนน และจุดเส้น 3 คะแนนจะได้ 5 คะแนน

          2. ผู้เล่นมีโอกาสชูตจุดเดิมได้ 3 ครั้ง ถ้าครบ 3 ครั้งแล้วให้ย้ายจุดชูต

กติกาแชร์บอล

          1. แบ่งผู้เล่นทีมละ 6 คน ลงเล่นในสนาม 5 คน ผู้เล่นในสนามประกอบด้วย ชาย 2 คน หญิง 2 คน ส่วนคนถือตะกร้า จะเป็น ชายหรือหญิงก็ได้ ไม่รวมนับรวมกับผู้เล่นที่เล่นบอลในสนาม

          2. แข่งขันครึ่งละ 15 นาที พัก 5 นาที และสามารถขอเวลานอกได้ 2 ครั้ง ๆ ละ 1 นาที ในแต่ละครึ่งเวลา

          3. ลูกลงตะกร้านับ 2 คะแนน

          4. ทำผิดกติกา เช่น ทำร้ายผู้เล่น ไม่มีน้ำใจนักกีฬา และอื่น ๆ ตามดุลพินิจของกรรมการจัดการแข่งขัน ให้ฝ่ายตรงข้ามยิงลูกโทษ 2 ลูก ๆ ละ 1 คะแนน